หลักสูตรฝึกอบรมเทคนิควิธีเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รุ่นที่ 4

หลักการและเหตุผล

       การกระจายอำนาจทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุนให้ท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้จากแหล่งทรัพยากรในพื้นที่ของตนเองให้มากที่สุด เพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระทางการคลัง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นอิสระทางการคลังจะสามารถใช้จ่ายงบประมาณจากแหล่งรายได้ของตนเองได้อย่างเต็มที่ และมีอำนาจในการตัดสินใจด้านการเงินและการจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นของพื้นที่ (สถาบันพระปกเกล้า, 2561: 151) ความเป็นอิสระทางการคลังนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสามารถในการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นการสร้างความยั่งยืนในการบริหารท้องถิ่นในระยะยาว การพัฒนารายได้ของท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างความเป็นอิสระทางการคลังและเพิ่มศักยภาพในการให้บริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องพิจารณาในหลากหลายมิติ ทั้งในด้านระบบการจัดการและพฤติกรรมการบริหาร ซึ่งการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่นในการพัฒนาระบบการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการปรับปรุงระบบภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนในการจ่ายภาษีและการพัฒนาแนวคิดการบริหารจัดการภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ (วีระศักดิ์ เครือเทพและคณะ, 2565)

      การศึกษาของวีระศักดิ์ เครือเทพและคณะ (2565) ได้ยืนยันและสังเคราะห์โมเดล PSIV เพื่อเน้นถึงความสำคัญของการมีนโยบายทางการบริหารการจัดเก็บรายได้ที่ชัดเจน (Policy) การมีระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่ง (System) โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลภาษีซึ่งถือเป็นด่านแรกในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นและการใช้แนวคิดเชิงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมประชาชน (Individual) โดยเฉพาะการใช้มาตรการสะกิด (Nudge Approach) ในการส่งเสริมการจ่ายภาษี และการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นซึ่งสามารถย้อนกลับมาสู่การพัฒนาภาษีและค่าธรรมเนียมท้องถิ่นได้ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานคลังท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นได้อย่างดี โดยเฉพาะการใช้มาตรการสะกิด สามารถช่วยเพิ่มความเต็มใจในการจ่ายภาษีของประชาชน โดยต้องมีการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ไปพร้อมกัน เพื่อให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้อย่างยั่งยืน

      การกระจายอำนาจทางการคลังที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แม้ว่าจะช่วยให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้บางประเภทได้ แต่ยังไม่สามารถเสริมสร้างอิสระทางการคลังได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ปัญหาหลักของการคลังท้องถิ่นในไทยยังคงเป็นการขาดแคลนรายได้ที่จะรองรับการขยายตัวของบริการสาธารณะที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้นโจทย์สำคัญที่ต้องพิจารณาคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถเพิ่มการเติบโตของรายได้ให้เพียงพอต่อความต้องการบริการสาธารณะที่มีแนวโน้มสูงขึ้นได้อย่างไร ในช่วงเวลาที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะในเรื่องการเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่และการพัฒนารูปแบบบริการสาธารณะที่สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการปรับตัวให้ทันกับการพัฒนาพื้นที่และการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน (วุฒิสาร ตันไชยและคณะ, 2558: 9-12) การพัฒนารายได้ท้องถิ่นสามารถทำได้ทั้งในระดับมหภาค (Macro) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนนโยบายภาษี การขยายฐานภาษี และการเพิ่มประเภทรายได้ หรือในระดับจุลภาค (Micro) ซึ่งหมายถึงการพัฒนาระบบการบริหารรายได้ของท้องถิ่นเอง โดยเฉพาะในด้านการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีและเพิ่มความเต็มใจในการจ่ายภาษีของประชาชน (วีระศักดิ์ เครือเทพและคณะ, 2563: 1-3) ทางเลือกสำคัญสำหรับการพัฒนารายได้ท้องถิ่นคือการใช้แนวทางการพึ่งพาตนเอง โดยต้องไม่หวังพึ่งพารายได้จากรัฐบาลกลางเท่านั้น แต่ยังต้องมีการพัฒนาระบบภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาษี รวมถึงการหาช่องทางใหม่ๆ ในการเพิ่มรายได้ เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบริการสาธารณะ การพัฒนาองค์กรให้เป็นกิจการพาณิชย์ และการกู้ยืมเงินเพื่อพัฒนาบริการสาธารณะ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทำไปพร้อมกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรให้มีความสามารถในการบริหารจัดการรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      การศึกษาในด้านการพัฒนาระบบบริหารรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมา (วีระศักดิ์ เครือเทพและคณะ, 2563, 2565) พบว่า การกลับมาพึ่งพารายได้จากตนเองและการพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นเป็นแนวทางที่สามารถทำได้จริงและมีผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยท้องถิ่นสามารถเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เริ่มพึ่งพาตนเองทางการคลัง อาจเกิดวิกฤติทางการเงินและการคลังได้ในอนาคต การดำเนินการเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้จะช่วยให้ท้องถิ่นสามารถพัฒนารายได้อย่างยั่งยืน โดยการส่งเสริมความร่วมมือในการจัดเก็บภาษี การใช้เทคโนโลยีในการติดตามและตรวจสอบข้อมูลผู้เสียภาษี และการพัฒนาบุคคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดเก็บรายได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพึ่งพาตนเองทางการคลังและเสริมสร้างความเป็นอิสระทางการคลังของท้องถิ่นในระยะยาว การศึกษานี้จึงมุ่งเน้นการขยายผลในการพัฒนาศักยภาพในการเพิ่มรายได้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้ชุดความรู้จากสถาบัน “ธัชภูมิ” เพื่อนำไปสู่การพัฒนารายได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเป็นอิสระทางการคลังของท้องถิ่นและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยการปรับใช้แนวทางต่างๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ดังกล่าว

      การพัฒนาทักษะความรู้และประสบการณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้านการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นเริ่มอย่างเป็นทางการในโครงการการฝึกอบรมเทคนิควิธีเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (RESTT) ของกิรพัฒน์ เขียนทองกุลและคณะ (2566) ต่อมาปี2567 มีการขยายศูนย์พัฒนาบุคลากรท้องถิ่นทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ (1) ภาคเหนือตอนบนหลักสูตร “การฝึกอบรมเทคนิควิธีเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น จังหวัดภาคเหนือตอนบน พ.ศ.2568 โดย ไกรวุฒิ ใจคำปัน และอลงกรณ์ คูตระกูล (2567) (2) ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง หลักสูตร “เทคนิควิธีเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคเหนือตอนล่าง REST NU67)” โดย ศิวาภรณ์ ไชยเจริญ และคณะ (2567); (3) ภาคอีสานหลักสูตร “ฝึกอบรมเทคนิควิธีเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย สุนทรชัย ชอบยศ และคณะ (2567) และ (4) ภาคใต้ : หลักสูตร “การฝึกอบรมเทคนิควิธีเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคใต้ โดย ศดานนท์ วัตตธรรม และคณะ (2567) โดยเฉพาะในส่วนของการทดลองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความสนใจจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 28 แห่ง บุคลากรกว่า 101 คน และพบว่า ผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 2 รุ่น มีความรู้เข้าใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นเพิ่มขึ้นระดับมาก (x ̅=4.02) มีทักษะในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ระดับมาก (x ̅=3.92) และมีทัศนคติต่อการพัฒนาการจัดเก็บระดับมากที่สุด (x ̅=4.35) ผลการติดตามประเมินผลการพัฒนากลยุทธ์ในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลุ่มตัวอย่าง พบว่าผลรวมการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมท้องถิ่นประจำปี 2567 มีรายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บเอง ทั้งภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและค่าธรรมเนียมท้องถิ่นเพิ่มขึ้นกว่า 11,951,954.96 บาท คิดเป็นร้อยละ 18.50 (สุนทรชัย ชอบยศ และคณะ, 2567)

      ทั้งนี้การพัฒนาหลักสูตรเทคนิควิธีเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ REST MSU67 ได้พัฒนาการฝึกอบรมตามกรอบ PSIV ซึ่งการดำเนินการฝึกอบรมจำนวน 2 รุ่น พบว่าผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมให้ข้อเสนอต่อว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องระบบแอปพลิเคชัน AppSheet ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันในการจัดทำฐานข้อมูลภาษีและค่าธรรมเนียมท้องถิ่นได้ โดยการจัดการเรียนรู้ในหลักสูตรมีการจัดสรรเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยระยะเวลาการเรียนรู้เป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากเป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ทำให้สามารถเรียนรู้แนวคิดพื้นฐานของแอปพลิเคชันได้ แต่อาจไม่สามารถลงมือทำได้อย่างจริงจังในการนำไปใช้ในการพัฒนาระบบงานของตน การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการมีความจำเป็นต้องเพิ่มเวลาในการเรียนรู้และพาบุคลากรท้องถิ่นคิดและลงมือทำ และสามารถนำไปพัฒนาระบบงานของตนในการใช้แอปพลิเคชันในการสำรวจฐานข้อมูลได้ เพราะการพัฒนาฐานข้อมูลคือด่านแรกในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น ดังนั้นการขยายองค์ความรู้และแนวปฏิบัติเชิงลึกด้วยการ “จับมือท้องถิ่นทำ” จะสามารถขยายองค์ความรู้และพัฒนาทักษะแก่บุคลากรท้องถิ่นด้านการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยรูปแบบการฝึกอบรมหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์บนฐานสมรรถนะระดับสูง (Advance REST MSU) จะเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรท้องถิ่นที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร REST ในทุกสถาบันการศึกษามาเติมเต็มความรู้เพื่อให้สามารถปรับประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันอย่างง่ายในการดำเนินการพัฒนาฐานข้อมูลภาษีและค่าธรรมเนียมท้องถิ่น ทั้งนี้รูปแบบการฝึกอบรมหลักสูตร Advance REST MSU68 จะดำเนินการฝึกอบรมจำนวน 2 วัน เพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับแอปพลิเคชันและการลงมือปฏิบัติการเรียนรู้ โดยมีการกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำข้อมูลที่จะใช้ในการทดลองทำระบบแอปพลิเคชัน มาลงในระบบแอปพลิเคชันที่ทดลองทำ สามารถนำเทคโนโลยีที่ประหยัดมาใช้กับงานท้องถิ่น โดยเฉพาะการทำฐานข้อมูลท้องถิ่นได้

      ทั้งนี้ผลการฝึกอบรมจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลภาษีท้องถิ่นและการให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือทัศนะต่อการทำงานในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น ดังนั้นโครงการการพัฒนาสมรรถนะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดเก็บรายได้ผ่านหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (REST MSU68) และหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์บนฐานสมรรถนะระดับสูงที่เน้นด้านแอปพลิเคชัน (Advance REST MSU68) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขยายผลชุดความรู้จากวิจัยและการพัฒนาหลักสูตรที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการบริหารการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจในภูมิภาคอื่นๆต่อไป

 

วัตถุประสงค์

  • เพื่อเผยแพร่แนวคิดและเทคนิคเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาโครงการเทคนิคการจัดเก็บรายได้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้
  • เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายทางวิชาการ รวมทั้งการติดตามประเมินผลในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม

       การฝึกอบรมนี้มีเป้าหมายเพื่อให้บุคลากรของ อปท. ที่เป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของ อปท. โดยกำหนดให้การอบรมเป็นกลุ่มจำนวนหนึ่งกลุ่มต่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่เกิน 5 คน ต่อ อปท. ซึ่งต้องมีบุคลากร อปท. ในตำแหน่งต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ ดังนี้
  • ผู้บริหาร อปท. ฝ่ายการเมือง ได้แก่ นายก อปท. หรือรองนายก อปท.
  • ผู้บริหาร อปท. ฝ่ายข้าราชการประจำ ได้แก่ ปลัด อปท. รองปลัด อปท. หรือผู้บริหาร อปท.ที่รับผิดชอบทางด้านการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น เช่น ผู้อำนวยการ (ผอ.) กองคลัง หัวหน้าฝ่ายพัฒนารายได้ หรือส่วนงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กรณีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะ ค่าธรรมเนียมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
  • บุคลากร อปท. ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น เช่น นักวิชาการจัดเก็บรายได้ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานด้านพัฒนารายได้และบริหารจัดเก็บภาษี หรือเจ้าหน้าที่พัฒนา/จัดเก็บรายได้ท้องถิ่น เป็นต้น รวมทั้งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ที่จะสามารถร่วมเรียนรู้ในการเขียนโครงการและแผนงาน

ระยะเวลาและสถานที่การฝึกอบรม

       ระหว่างวันที่ 11 – 13 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเพชรรัชต์ การ์เด้น จังหวัดร้อยเอ็ด


รูปแบบการอบรม

      การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นครั้งนี้เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบเป็นชุดการเรียน (Module model/ learning package) ระยะเวลาการฝึกอบรมหัวข้อละ 3 ชั่วโมง เป็นจำนวน 6 ครั้ง (จำนวน 3 วัน) รวมตลอดหลักสูตร 21 ชั่วโมง ด้วยรูปแบบการฝึกอบรมในสถานที่จริง (Onsite) ตามความเหมาะสมของสถานการณ์และเนื้อหาของการเรียนรู้ โดยมีรูปแบบการอบรม ดังนี้

วันที่หนึ่ง จำนวน  7 ชั่วโมง

      การบรรยายในหัวข้อพื้นฐานเพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและเทคนิคการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น และมีการฝึกปฏิบัติเพื่อเสริมความเข้าใจจากการบรรยายในประเด็นการพัฒนารายได้ท้องถิ่น โดยมีการแบ่งประเด็นการบรรยายดังนี้

      ภาคเช้า 09.00-12.00 น. แบ่งเป็นกิจกรรมย่อยดังนี้
      - พิธีเปิด กิจกรรมแนะนำหลักสูตร และกิจกรรมละลายพฤติกรรม
      - สถานการณ์ความจำเป็นและเทคนิคการพัฒนาสมรรถนะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดเก็บรายได้ (REST Academy)

      ภาคบ่าย 13.00-17.00 น. แบ่งเป็นกิจกรรมย่อยดังนี้
      - กิจกรรม Workshop Chapter 1 เทคนิคสำรวจ เทคโนโลยีสารสนเทศ (การประยุกต์ใช้ AppSheet ในการบริหารการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น) เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น และระบบอำนวยความสะดวกในการชำระภาษีของประชาชน

**หมายเหตุ อปท.ที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการต้องนำโนตบุคมาด้วยอย่างน้อย 1 เครื่องต่ออปท.เพื่อประกอบการจัดฝึกอบรม

วันที่สอง จำนวน 7 ชั่วโมง

      การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพิ่มการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโดยใช้กรณีศึกษาในหัวข้อปฏิบัติการออกแบบเทคนิคพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น โดยมีประเด็นเรียนรู้สำคัญดังนี้

      ภาคเช้า 09.00-12.00 น. แบ่งเป็นกิจกรรมย่อยดังนี้
      - กิจกรรม Workshop Chapter 2 เทคนิคสะกิด (Nudge strategies) เพื่อเพิ่มความเต็มใจของประชาชนในการชำระภาษี
      - กรณีตัวอย่างการใช้เทคนิคการสะกิดเตือนการชำระภาษีและค่าธรรมเนียมของท้องถิ่น

      ภาคบ่าย 13.00-17.00 น. แบ่งเป็นกิจกรรมย่อยดังนี้
      - กิจกรรม Workshop Chapter 3 การขยายฐานภาษีท้องถิ่นจากการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การขจัดความยากจนและการสร้างรายได้จากทุนทรัพยากรและวัฒนธรรมชุมชน หรือการศึกษาดูงานกรณีศึกษาตามความเหมาะสม
      - กิจกรรม Workshop Chapter 4 แนวทางการพัฒนาโครงการการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น

วันที่สาม จำนวน 7 ชั่วโมง

      เป็นการนำเสนอประเด็นปัญหาจากพื้นที่จริงของผู้ฝึกอบรม (Problem based) และนำเสนอหัวข้อโครงการเพื่อพัฒนาการจัดเก็บรายได้ เพื่อการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นและผลักดันให้นำโครงการดังกล่าวไปใช้จริงในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

      ภาคเช้า 09.00-12.00 น. แบ่งเป็นกิจกรรมย่อยดังนี้
      - กิจกรรม Workshop Chapter 5 การฝึกปฏิบัติการเขียนโครงการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (การทบทวนปัญหาและการแสวงหาแนวทางพัฒนารายได้)

      ภาคบ่าย 13.00-17.00 น. แบ่งเป็นกิจกรรมย่อยดังนี้
      - กิจกรรมนำเสนอผลงานแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการพัฒนารายได้ท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น Project pitching
      - กิจกรรมสรุปผลการประชุมและขมวดปัจจัยแห่งความสำเร็จ
      - กิจกรรมการประกาศรางวัลแผน/โครงการ/กิจกรรมพัฒนารายได้ท้องถิ่น การมอบรางวัล เงินรางวัลและสรุปเนื้อหาการอบรม และแจ้งสิทธิประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการในการเข้าร่วมกิจกรรม Advance REST
      *หมายเหตุกระบวนการจัดการฝึกอบรมอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ทั้งนี้มีการประเมินก่อน-หลังการฝึกอบรม อนึ่งอาจมีการพิจารณาให้มีการศึกษาดูงานในบางรุ่นที่มีพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีแนวทางในการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ตามแนวทาง PSIV ที่น่าสนใจ เช่น เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เทศบาลเมืองวารินชำราบ ใน 2 รุ่น เป็นต้น


หัวข้อการฝึกอบรม

  • ทิศทางของรัฐในการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองทางการคลังของท้องถิ่น กรอบคิดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และเมนูเทคนิคพัฒนาการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น
  • เทคนิคสำรวจ เทคโนโลยีสารสนเทศ (การประยุกต์ใช้ AppSheet ในการบริหารการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น) เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น และระบบอำนวยความสะดวกในการชำระภาษีของประชาชน
  • เทคนิคสะกิด (Nudge strategies) เพื่อเพิ่มความเต็มใจในการจ่ายภาษี
  • การขยายฐานภาษีท้องถิ่นจากการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การขจัดความยากจน และการสร้างรายได้จากทุนทรัพยากรและวัฒนธรรมชุมชน
  • ฝึกปฏิบัติการเขียนโครงการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น
  • นำเสนอผลงานแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมการพัฒนารายได้ท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • การประกาศรางวัลแผน/โครงการ/กิจกรรมพัฒนารายได้ท้องถิ่น มอบรางวัลและสรุปเนื้อหาการอบรมและแจ้งสิทธิประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการในการเข้าร่วมกิจกรรม Advance REST


เงื่อนไขการสำเร็จการฝึกอบรม

      ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมตามโครงการจะอนุมัติให้ผ่านการฝึกอบรม ต่อเมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนคือเข้าร่วมการฝึกอบรมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาฝึกอบรม และเมื่อสำเร็จการฝึกอบรม จะได้รับประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคามและหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)


การรับสมัคร

      อปท.ที่สมัครต้องเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น

      รับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ - 30 เมษายน 2568


      เมื่อกดส่งข้อมูลแล้ว ผู้สมัครจะได้รับอีเมลตอบกลับจากโครงการฯ เพื่อยืนยันการรับสมัคร และจะได้รับลิงก์ (Link) สำหรับส่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น
ในกรณีที่ผู้สมัครไม่ได้รับอีเมลตอบกลับ ให้ส่งอีเมลไปที่ [email protected] เพื่อยืนยันการสมัครและขอรับลิงก์สำหรับส่งข้อมูลเพิ่มเติม
      ผู้สมัครสามารถเข้าไปยังลิงก์ที่ได้รับทางอีเมล เพื่อกรอกข้อมูลการสมัครให้ครบถ้วนและอัปโหลด (Upload) เอกสารที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อที่โครงการฯ กำหนด โดยสามารถกรอกข้อมูลได้ภายในวันปิดระบบรับสมัคร       ของแต่ละรุ่น เมื่อกดส่งข้อมูลแล้ว ผู้สมัครจะได้รับอีเมลตอบกลับจากโครงการฯ เพื่อยืนยันการส่งข้อมูล
      หากมีปํญหาในการสมัคร สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Line Official:  @640grtlf (มี@)
      ประกาศรายชื่อ 6 พฤษภาคม 2568
      ***ทั้งนี้วันเวลาในการปิดรับสมัครและการประกาศรายชื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ

      คณะกรรมการผู้จัดโครงการฯ จะคัดเลือกผู้สมัครจาก อปท. ต่าง ๆ ตามข้อมูลที่ได้รับจากการส่งในระบบรับสมัคร ให้ครบตามจำนวนผู้เข้าอบรม (อปท.ละ 3-5 คน ต่ออปท.) ที่ระบุในข้อเสนอโครงการวิจัยฯ โดยรับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 50 คนต่อรุ่นเท่านั้น ทั้งนี้ในระหว่างการพิจารณาคัดเลือกอปท.ที่เข้าร่วมโครงการ อาจมีการประสาน เพื่อสัมภาษณ์และหรือขอข้อมูลอื่นๆจากอปท.เพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการฝึกอบรมต่อไป

การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าอบรม

      ผู้มีสิทธิเข้ารับการอบรมจะต้องยืนยันสิทธิการเข้าร่วมการฝึกอบรมตามที่โครงการฯ กำหนด ทั้งนี้ หากมีกรณีที่มีการยืนยันสิทธิ์ในแต่ละรุ่นไม่ครบตามจำนวนเป้าหมาย โครงการฯ อาจประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมก็ได้ ทั้งนี้การพิจารณาประกาศรายชื่อผู้ผ่านการอบรมของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด


ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมการฝึกอบรม

      การฝึกอบรมบุคลากรด้านการพัฒนาการจัดเก็บรายได้สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์ในการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนทั้ง 4 รุ่น โดยวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สนับสนุนโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ประจำปีงบประมาณ 2568 จะยังไม่มีการดำเนินการเก็บค่าธรรมเนียมในการฝึกอบรม ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วมในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักให้แก่บุคลากรที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าร่วมฝึกอบรมตามระเบียบกระทรวงการคลัง


สิทธิประโยชน์ในการได้รับจากการฝึกอบรม

  • ผู้ผ่านการอบรมตามเกณฑ์หลักสูตรจะได้รับเกียรติบัตรสำเร็จการฝึกอบรม ออกโดยวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
  • การมอบรางวัลเป็นเงินและของที่ระลึกให้แก่กลุ่ม อปท. ที่ได้รับการพิจารณาให้ได้คะแนนสูงสุด      สามลำดับแรกในการประกวด/ ประชันแผน/โครงการการพัฒนารายได้ท้องถิ่นของแต่ละรุ่น โดยกำหนดวงเงินรางวัลชนะเลิศ 5,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง 3,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง 2,000 บาท และรางวัลข้อเสนอโครงการกิจกรรมน่าทดลอง 3 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท
  • สิทธิขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์ในการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น มีสิทธิได้รับคัดเลือกให้อบรมต่อในหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์บนฐานสมรรถนะระดับสูง (Advanced REST MSU) เพื่อพัฒนาทักษะการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันในการทำฐานข้อมูล หลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์บนฐานสมรรถนะระดับสูง ด้านการใช้มาตราการสะกิด (Advanced Nudge) เเละหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์บนฐานสมรรถนะระดับสูง ด้านการทำเเผนที่ภาษี เพื่อการบริหารการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมอย่างมีประสิทธิภาพ
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แนวทางพัฒนาการจัดเก็บรายได้และลดลูกหนี้ค้างชำระซึ่งอาจมีการร่วมทดลองปฏิบัติการเพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีศูนย์พัฒนาการบริหารจัดการท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน เป็นที่ปรึกษา
  • การเข้าร่วมเป็นเครือข่ายนักพัฒนารายได้ท้องถิ่นอันจะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และส่งเสริม  การทำงานร่วมกันทางวิชาการและการพัฒนาการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วม


ผู้รับผิดชอบ และข้อมูลสำหรับติดต่อ

      ผู้รับผิดชอบโครงการฯ

      โครงการการพัฒนาสมรรถนะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดเก็บรายได้ผ่านหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์ และหลักสูตรเทคนิคเชิงกลยุทธ์บนฐานสมรรถนะระดับสูง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินการโดยวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใต้ศูนย์พัฒนาการบริหารจัดการท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน (Center for Sustainable Local Governance Development : SLGD) (รองศาสตราจารย์ ดร.สุนทรชัย ชอบยศ หัวหน้าโครงการและประธานศูนย์ฯ)

      ข้อมูลสำหรับติดต่อโครงการ

      อีเมล : [email protected]
      Line Official@640grtlf (พิมพ์ @ ก่อน)
      ผู้ประสานงานโครงการ
      รองศาสตรจารย์ ดร.สุนทรชัย ชอบยศ โทร. 090 487 0377 Email : [email protected]
      อาจารย์จตุรงค์ ศรีสุธรรม โทร 064 0603285 Email : [email protected]
      นางสาวปัทมาวรรณ ป้องปิ่น โทร. 065 429 2401 Email : [email protected]
      นายภูวเนตร แสนนอก โทร. 091-6963306 Email : [email protected]

        ดาวน์โหลดกำหนดการ

        ดาวน์โหลดรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก